10 เรื่องจริงของ Area 51 เท่าที่เรารู้

คุณคงรู้จัก Area 51 สถานที่ลึกลับของสหรัฐอเมริกาที่หลายคนนั้นอยากจะรู้ว่าข้างในนั้นมีอะไรและ วันนี้ครับเราจะพาคุณมาพบกับ เรื่องจริงของ Area 51 เท่าที่เรารู้ จะมีเรื่องใดบ้างลองมาติดตามกันครับ

Area 51 คืออะไร

สถานที่ลึกลับอันดับต้นๆของโลกผู้คนมากมายต่างก็อยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในนั้น หลายคนต่างก็คิดว่ามันเป็นสถานที่สำหรับการวิจัยเทคโนโลยีต่างดาว แต่นั่นก็ยังไม่อาจพิสูจน์ได้แบบ 100% ซึ่งเท่าที่ทราบกัน Area 51 นี้ เปิดใช้งานครั้งแรกในปี 1955 มันเป็นฐานทัพลับของกองทัพสหรัฐที่ใช้ในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารรวมไปถึงการทดสอบและการฝึกซ้อมต่างๆ

มันตั้งอยู่ในรัฐเทวดา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 11,735 ตารางกิโลเมตร และมีรันเวย์ที่ยาวที่สุด 3.7 กม. ชึ่งในช่วงสงครามเย็นกองทัพต้องการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ของตัวเอง รวมเถึงเป็นการทดลอง และสอบเทคโนโลยีของศัตรูที่พวกเขายึดมาได้ แต่กลับกันก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อย ได้กล่าวว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ศึกษาและวิจัยเทคโนโลยีต่างดาวที่ทางกองทัพได้มาจากการที่ UFO ตกที่เมือง Roswell ในปี 1947 แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางการได้ออกมาบอกว่ามันเป็นเพียงแค่บอลลูนตรวจอากาศเท่านั้นเอง

Area 51 Zone

ชื่อ Area 51

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อ Area 51 เพียงอย่างเดียวอย่างเช่นในช่วงเวลาของสงครามเย็นก็มีเอกสารมากมายเรียกมันว่า Homey Airport หรือไม่ก็เรียกมันว่า Groom lake แต่ความความจริงอย่างหนึ่งของคำว่า Area 51 นั้นคือ ปัจจุบันไม่มีใครทราบว่ามันมีที่มาอย่างไร มีเพียงแค่คำสันนิษฐานต่างๆ เท่านั้นยกตัวอย่าง เช่น บางคนก็เชื่อว่าเนื่องจากสหรัฐอเมริกามี 50 รัฐในพื้นที่บริเวณนี้ก็ใช้สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีต่างดาว จึงนับได้ว่าเป็นพื้นที่พิเศษจึงได้มีการใช้เลข 51 คล้ายกับว่าเป็นอีกหนึ่งรัฐพิเศษที่ตั้งขึ้นมาใหม่แต่ถึงอย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานที่คนภายนอกคิดขึ้นมาเท่านั้นส่วนความจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอการเปิดเผยออกมาในอนาคต

ชายผู้อ้างว่าเคยทำงานที่ Area 51

เมื่อพูดถึงเจ้าหน้าที่ของ Area 51 ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึง Bob Lazar ชายผู้อ้างว่าเคยทำงานอยู่ที่ Area 51 เขาเป็นเหมือนดั่งสะพานที่เชื่อมระหว่างเรื่องราวภายใน Area 51 ที่ได้เผยแพร่ออกมาสู่โลกภายนอกด้วยการเปิดเผยเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในนั้นโดย เขาได้กล่าวว่าเขาได้ทำงานที่นี่ในปี 1988 ซึ่งหน้าที่หลักของ Bob Lazar ก็คือการทำ Reverse Engineer หรือการทำวิศวกรรมย้อนกลับกับเทคโนโลยีต่างดาว แล้วนำเอาความรู้ที่ได้มาพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆให้กับทางกองทัพ

Bob Lazar

และแน่นอนว่าเขาย่อมได้เห็น UFO โดยที่เขาระบุว่ามันมีอย่างน้อย 9 ลำและมีเพียง 1 ลำเท่านั้นที่เขาเคยสัมผัสมันด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากจะเอาเทคโนโลยีต่างดาวมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยีของตัวเองแล้วทางกองทัพยังพยายามสร้าง UFO ขึ้นมาใหม่โดยการลอกเลียนแบบ UFO ของจริงจากวัสดุที่สามารถหาได้บนพื้นโลก และเมื่อมีการทดสอบ UFO เหล่านั้น จึงกลายเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้คนมากมายถึงพบเห็น UFO บนท้องฟ้า ซึ่งมีรายละเอียดอีกมากมายหลายอย่างที่เป็นเพียงคำบอกเล่าของ Bob Lazar เท่านั้น ซึ่งยังไม่มีใครที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงของคำพูดเหล่านั้นได้ 100%

รั้วของ Area 51

แม้จะเป็นเขตหัวงามและข้อมูลภายในก็มีการป้องกันในระดับสูงแต่ถึงอย่างนั้น Area 51 เองก็ไม่มีกำแพงหรืออะไรที่สามารถบ่งบอกเขตแดนได้อย่างชัดเจน โดยพวกเขามีแค่ป้ายเตือน มีรั้วลวดหนามและมีป้อมหรือเจ้าหน้าที่ยืนประจำการอยู่ในบางจุดเท่านั้น แต่นั่นก็ยังดูน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับสถานที่สำคัญที่อื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะละเลยการป้องกันเพราะแม้ว่าไม่มีกำแพงที่ชัดเจนแต่พวกเขาก็ยังมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ตามจุดต่างๆ มีการตรวจการที่เข้มงวดในพื้นที่สำคัญพื้น ที่ของ Area 51 นั้นตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่คล้ายกับหลุม โดยมีเนินเขาล้อมรอบเอาไว้ซึ่งมันทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาตินั่นเอง

Area 51 กับ โอบาม่า

ในอดีตที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของทางการพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง Area 51 แบบตรงๆและประชาชนก็เฝ้าจับตาทุกคำพูดของพวกเขาอยู่แม้ว่าจะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างก็ตามจนล่าสุดในปี 2013 บารัก โอบามา กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรก ที่ได้กล่าวถึงแอเรีย 51 ต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการ

UFO Aliens

ถึงแม้ว่าจะเป็นการพูดแบบทีเล่นทีจริงก็ตามโดยที่เขาได้กล่าวว่าเมื่อไหร่ที่ผมอยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นใน area เขาสามารถโทรหา เชอร์รี่ แม็คเลน ได้ทันที แล้วโอบามายังกล่าวต่อไปว่าผมคิดว่าผมเพิ่งกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้กล่าวถึง แอเรีย 51 ต่อหน้าสาธารณชนซะแล้ว นี่ฟังดูแล้วก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่หลายคนก็มองว่าคำพูดของโอบามานั้นเป็นการยืนยันว่าแอเรีย 51 นั้นมีตัวตนอยู่จริงหลังจาก มีเจ้าหน้าที่ของทางการหลีกเลี่ยงที่จะพูดมันตลอดหลายปีที่ผ่านม

ภาพถ่ายทางอากาศ ของ Area 51

ในปี 1974 นักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศสกายแลปได้ถ่ายภาพ Area 51 โดยไม่ได้ตั้งใจซึ่งรูปดังกล่าวต้องถูกตรวจสอบโดยหน่วยงาน NPIC และผลก็ปรากฏว่ารูปภาพดังกล่าวถูกลบออกจากม้วนฟิล์มไป และส่วนที่เหลือก็ถูกยึดและเก็บรักษาไว้ที่ตู้นิรภัยซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีบันทึกฉบับหนึ่งจาก CIA ส่งไปที่นักบินอวกาศว่ามันเป็นพิกัดเดียวบนโลกของเราที่พวกเขาห้ามถ่ายภาพ

แต่ถึงอย่างไรก็ตามทุกวันนี้เราสามารถชมภาพถ่ายทางอากาศของ Area 51 ได้จาก google map ซึ่งถือได้ว่า Google นั้นเป็นเพียงส่วนน้อยมากๆที่ทางการสหรัฐอนุญาตให้ถ่ายภาพแบบนี้เพียงแต่ว่าคุณจะไม่สามารถใช้งานฟังก์ชัน Street View ได้แต่ถึงอย่างนั้นทาง Google ก็ได้เปลี่ยนมันจากรูปคนสีเหลืองให้กลายเป็นรูป UFO แทนและนอกจากนี้ทาง Google ก็มีภาพถ่ายย้อนกลับไปหลายปีเหมือนกัน

เที่ยวบินลึกลับ

ด้วยความที่เป็นสถานที่ลึกลับทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่าสภาพแวดล้อมในการทำงานข้างในนั้นเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอะไรบ้างอาจจะมีที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่อยู่ข้างในนั้น หรืออาจจะไม่มีก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คนภายนอกสังเกตได้ก็คือมันมีเที่ยวบินลึกลับที่บินไปกลับระหว่างแอเรีย 51 กับสนามบินโดย ได้มีการประเมินเอาไว้ว่ามันน่าจะเป็นเที่ยวบินที่รับส่งเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปทำงานและกลับออกมาในแต่ละวัน ซึ่งนี่อาจจะเป็นเพราะว่าการเดินทางด้วยวิธีการอื่นนั้นยากลำบากมากกว่า หรือไม่ก็เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของ Area 51 นั่นเอง

เครื่องบิน Stelth

ผลผลิตจาก Area 51

แม้เราจะทราบข้อมูลต่างๆของ Area 51 เพียงเล็กน้อยหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะรู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่ข้างไหนนั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับรู้ได้ก็คือผลลัพธ์ หรือผลงานที่ออกมาจาก Area 51 ซึ่งส่วนใหญ่จะออกมาในรูปของอากาศยาน พวกเขาอาจวิจัยและพัฒนามันขึ้นใหม่เอง หรือบางรุ่นพวกเขาก็แค่มีส่วนร่วมในงานวิจัยซึ่งอากาศยานเหล่านั้นก็มีอยู่มากมาย ยกตัวอย่าง เช่นเครื่องบินตัวแรกที่ขึ้นชื่อว่าพัฒนาใต้หลังคาของ Area 51 ก็คือ เครื่องบินสอดแนม U-2 ที่มันเคยปฏิบัติภารกิจสอดแนมสหภาพโซเวียต คิวบา จีน หรือในประเทศอื่นๆ ในช่วงสงครามเย็นถัดมาเป็น SR 71 Black Bird เครื่องบินลาดตระเวนความเร็วสูงสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 3.3 มัคส์ หรือประมาณ 4,043 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีเครื่องบินอีกมากมายหลายต่อหลายรุ่น และด้วยความล้ำสมัยของเทคโนโลยีพวกนี้มันจึงทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสหรัฐอเมริกาถึงเป็นมหาอำนาจทางการทหารของโลก

Leave a Comment

Your email address will not be published.

error: บทความในเว็บไซต์ Boonbai.com ถูกป้องกันไว้ !!
Scroll to Top